ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว : กลยุทธ์สร้างแบรนด์ของอาณาจักรเพื่อผู้ติดตามเรือนแสน

ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว

                หลายคนคงพอทราบว่า โควิด 19 ที่ระบาดอยู่ทุกวันนี้มีที่มาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งชวนให้เรานึกถึงสมรภูมิอันยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊ก อู่ฮั่น คือ เมืองเก็งจิ๋วโบราณ ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญมาก เพราะการยึดครองเมืองนี้ทำให้มีโอกาสควบคุมเส้นทางทัพและรวมแผ่นดินจีนที่แตกแยกเป็นเสี่ยงได้อย่างดี ซึ่งหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในของยุคนี้ คือ “ยุทธนาวีผาแดง” ที่กองทัพจากภาคกลางของโจโฉเคลื่อนพลนับล้านลงใต้ และเข้าครอบครองเก็งจิ๋วไว้เตรียมยึดลุ่มน้ำแยงซีของซุนกวนทั้งหมด จึงเกิดการรบที่ผาแดงซึ่งชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมของผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค การรบครั้งนั้นทำให้เกิดยุคสามก๊กอย่างแท้จริง ซึ่งมีเรื่องน่าสนใจตอนหนึ่งที่เล่าปี่ทำเอาขงเบ้งต้องตบเข่าฉาด ด้วยความเสียดาย
กำเเพงเมืองเกงจิ๋ว (จิงโจว 荆州)... - สามก๊ก 1994 三国演义 | Facebook
กำแพงเมืองเก็งจิ๋ว เครดิต https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn%3AANd9GcQSKPz4Ak3KurUumrYnUaFtEab9q5Ph9M_yUklBJuBEQg69aZe6&usqp=CAU

        ว่ากันด้วย ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว หรือ อู่ฮั่นในปัจจุบัน เก็งจิ๋วเป็นเมืองใหญ่มาตั้งแต่อดีตครับ เพราะตั้งอยู่ตอนบนของแม่น้ำแยงซี ทำให้คนจากภาคกลางในลุ่มน้ำฮวงโห หรือ “ตงหงวน” ที่จะเดินทางสู่ภาคใต้ต้องผ่านเส้นทางนี้ เช่นเดียวกับดินแดนตะวันตกอย่างเสฉวน ก็อาศัยเส้นทางช่องเขาจากเก็งจิ๋วได้สะดวกโยธิน ดังนั้นการครอบครองเก็งจิ๋วจึงสำคัญสำหรับผู้มีแผนการรวมประเทศ แต่ไม่ได้มีแค่คนเดียวที่อยากรวมประเทศครับ มาดูกันว่าการแย่งชิงเก็งจิ๋วในช่วงนี้มีใครบ้าง
        ฝ่ายแรก เล่าปี่ เชื้อพระวงศ์ผู้อาภัพ หลายคนคงพอทราบตอนที่เล่าปี่ไปพบขงเบ้ง พบว่า ขงเบ้งได้เขียนแผนที่ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่มอบให้เล่าปี่ แผนที่นั้น คือ แผนที่สามก๊ก ก๊กแรก คือ โจโฉแห่งงุ่ยก๊ก บริเวณภาคเหนือและตงหงวน ก๊กที่สอง ง่อก๊ก หรือแคว้นกังตังภาคใต้ลุ่มน้ำแยงซี และดินแดนตะวันตก หรือเสชวน คือ ยุทธศาสตร์ที่เล่าปี่จะต้องชิงมาให้ได้เพื่อสถาปนาจ๊กก๊ก และแผนการคือ จะต้องยึดเมืองเก็งจิ๋ว จากญาติของเขา คือ เล่าเปียว ไว้เป็นทุนในการยึดเสฉวน
Tombe van krijger uit Drie Koninkrijken periode blootgelegd ...
แผนที่สามก๊ก เมื่อเล่าปี่ได้ขงเบ้งมาทำงาน ก็เริ่มยุทธศาสตร์ยึดเก็งจิ๋วเพื่อยึดเสฉวน หรือแคว้น Shu หรือ จ๊กก๊ก เครดิต https://archeologieonline.nl/sites/default/files/afbeeldingen/china_5.jpg

        ฝ่ายที่สอง โจโฉ ผู้สามารถจัดการความวุ่นวายในตงหงวนได้อย่างราบคาบ มีความพร้อมพรั่งด้วยกำลังพลราว 60-80 หมื่น และสามารถใช้อำนาจในนามฮ่องเต้ได้ เมื่อตงหงวนสงบ เป้าหมายต่อไปในการฟื้นฟูแผ่นดินใหญ่ต้องรวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ เป็นหนึ่ง นี่คือ ปณิธานอันยิ่งใหญ่ของโจโฉ ซึ่งศัตรูของเขาเจ้าสำคัญอย่างอ้วนสุดและอ้วนเสี้ยวถูกปราบแล้ว เหลือเพียงแคว้นใหญ่หนึ่งแคว้น คือ กังตัง ของตระกูลซุน เพื่อรวบรวมแคว้นนี้เขาจึงเคลื่อนลงใต้และต้องยึดเก็งจิ๋วเป็นเป้าหมายแรก
        ฝ่ายที่สาม ซุนกวน ขุนพลน้อยที่ครองอำนาจต่อจากซุนเซ็กผู้พี่ และปกครองดินแดนกว้างใหญ่และสงบสุขมากเพราะดินแดนนี้รวบรวมในรุ่นพ่อของเขา คือ ซุนเกียง แต่ปณิธานของผู้พี่นั้น อยากจะบุกขึ้นเหนือเพื่อปราบตงหยวน แล้วเข้ายึดเสฉวน รวมแผ่นดินอีกครั้ง ได้มอบปณิธานนี้ให้ซุนกวนก่อนตาย
        ฝ่ายที่สี่ เล่าเปียว ผู้ครองเก็งจิ๋ว กับการแย่งชิงอำนาจระหว่างบุตรต่างเมียของเขา เล่ากี๋ และเล่าจอง ในบั้นปลายของเล่าเปียว ได้รับเอาเล่าปี่ผู้โซซัดโซเซจากการไล่ล่าของโจโฉ ต้องหนีมาพึ่งใบบุญของญาติ คือ เล่าเปียว และด้วย Brand ของเล่าปี่ที่ชัดเจนมาก คือ เป็นเชื้อพระวงศ์ ต่อต้านอำนาจโจโฉ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น พร้อมกับบุคลิกซื่อสัตย์ ซื่อตรงจนซวย ไร้เมือง ไร้ทรัพย์ เรียกได้ว่าซื้อความสงสารได้จากคนทั่วแผ่นดิน แบรนด์นี้ทำให้เล่าเปียวมีความประสงค์จะให้เล่าปี่ดูแลเมืองเก็งจิ๋วแทนตน แต่ด้วยต้อง “คีพลุค” ความซื่อสัตย์ไว้ จึงไม่ยอมรับ เพราะเล่าเปียวมีลูกชายอยู่ถึง 2 คน

ยุทธการที่ผาแดง - วิกิพีเดีย
ภาพสลัก ผาแดงบริเวณแม่น้ำแยงซีที่คาดว่าเกิดการรบขึ้น /เครดิต https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/5/51/Chibi.jpg/300px-Chibi.jpg

กลยุทธ์และการสร้างแบรนด์ของเล่าปี่
        ตอนที่เล่าเปียวเจรจาขอให้เล่าปี่ปกครองเก็งจิ๋วต่อนั้น ขงเบ้งอยู่ด้วยครับ และคงจำกันได้ว่าขงเบ้งได้ขีดเส้นให้เสฉวนนั้นเป็นของเล่าปี่ และก่อนอื่นต้องครองเก็งจิ๋วก่อน แต่เล่าปี่ก็มีความขัดแย้งในตัวเอง เพราะหนึ่งเขาเห็นว่าเล่าเปียวเป็นผู้มีพระคุณ และด้วยต้องคงแบรนด์ความซื่อไว้ เขาจึงตอบปฏิเสธ ขงเบ้งนี่จ้องหน้าเขม็ง ตบเข่าฉาด อยู่ในใจเพราะอยู่ต่อหน้าแสดงออกไม่ได้ครับ
        ในนิยายสามก๊ก ขงเบ้งกล่าวว่า “น้ำใจท่านนี้สัตย์ซื่อต่อผู้อื่นยิ่งนัก น้ำใจเช่นนี้หนทางข้างหน้าจะเผชิญความยากลำบากเป็นอันมาก” แล้วส่ายหน้าเนื่อยใจ แต่ในมุมมองผม การกระทำของเล่าปี่ นับว่ามีอิทธิพลมากกว่าที่ขงเบ้งจะนึกถึงครับ เพราะสถานการณ์เลวร้ายกลับเข้าข้างเล่าปี่
สถานการณ์ในเก็งจิ๋ว ไม่ว่าความขัดแย้งจะดำเนินอย่างไร สุดท้าย “เล่าจอง” บุตรคนเล็กของเล่าเปียว ได้ครองอำนาจ เป็นเวลาเดียวกันกับ โจโฉรวบรวมตงหงวนแล้วเสร็จและยกลงใต้ประชิดเก็งจิ๋ว เด็กน้อยเล่าจอง ไม่คิดสู้ มอบเก็งจิ๋วให้โจโฉทันที และนั่นทำให้ทหารจากทางเหนือที่ชำนาญรบทางบกได้กำลังรบทางน้ำจากเมืองเก็งจิ๋ว รวมไพร่พลนับล้านพร้อมรบกับแคว้นกังตัง ส่วนเล่าปีเมื่อเก็งจิ๋วถูกยกให้โจโฉก็อยู่ไม่ได้ครับ หนีลงใต้ไปทางเมืองกังแฮที่มั่นของเล่ากี๋บุตรเล่าเปียวผู้ถูกน้องชายยึดอำนาจ
การหนีของเล่าปี่ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เทครัว” ตามเล่าปี่ไปจำนวนมากครับ ประชาชนเรือนแสน เดินทางอย่างทุลักทุเล ติดตามเล่าปี่ความหวังของราชวงศ์ ตรงนี้แหละครับ เป็นตัวเสริมอำนาจและความชอบธรรมอย่างมากให้เล่าปี่ ประชาชนไม่ได้ตามเล่าปี่เพราะเล่าปี่สั่ง แต่หวาดกลัวสงครามและโจโฉ แม้เล่าปี่จะไม่มีเมืองเป็นของตัวเองแต่มีผู้คนติดตามเพราะอุดมการณ์ของเขา ซึ่งนี่จะสร้างความชอบธรรมในการครอบครองเก็งจิ๋วของเขาในอนาคต
การอพยพครั้งนั้น เป็นการแสดงความเสียสละอย่างมากของเล่าปี่ คือ ยอมทิ้งภรรยากับลูกชายไว้ข้างหลังขบวนไม่เอาทหารที่ต้องดูแลการอพยพของราษฎรไปเสี่ยงครับ เหตุการณ์นี้จึงเกิดตำนาน “จูล่งฝ่าทัพรับอาเต้า” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ผมชอบมากตอนเด็ก สองคน หนึ่งม้า หนึ่งทวน ฝ่าทหารร้อยหมื่นไปรับลูกของเล่าปี่มา รวมถึงจุดสกัดทัพที่สะพานเชี่ยนปัน ซึ่งเตียวหุยมาขวางทางทัพไว้พร้อมตวาดจนแม่ทัพโจโฉตกม้าตาย
การอพยพนี้โจดขานมากครับ เป็นการตอกย้ำตัวตนของเล่าปี่ที่สุด ทั้งความน่าสงสาร คุณธรรม ความหวัง สิ่งนี้ขงเบ้งก็ไม่ได้คิดแน่ๆ เพราะในหนังสือเราก็ไม่เห็นความคิดของขงเบ้งว่า หากยึดครองเก็งจิ๋วจากเล่าเปียวแล้วจะรับมือทัพแปดแสนของโจโฉอย่างไร?
ท้ายที่สุดแล้ว ขงเบ้งก็ คิดกลยุทธ์ออก บอกถึงเวลา “ยืมมีดฆ่าคน” เขาจึงเดินทางไปพบซุนกวน ผ่านการดีเบตปะทะคารมมากมายจนเกลี้ยกล่อมให้ซุนกวนจับอาวุธสู้กับโจโฉ จากที่ลังเลว่าจะยอมแพ้กองทัพตงหงวนกับเก็งจิ๋วนับล้าน ตรงนี้ผมคิดว่าหากเล่าปี่ยึดเอาเก็งจิ๋วในตอนนั้น กลยุทธ์นี้จะเป็นไปได้ยาก เพราะซุนกวนกับจิวยี่อาจใช้กลยุทธ์เดียวกันในการให้เล่าปี่กับโจโฉรบกันจนบอบช้ำแล้วยึดเอาเก็งจิ๋วเพื่อขยายอิทธิพลขึ้นเหนือต่อไป
เมื่อพันธมิตรเล่าปี่ ซุนกวนเผาทัพโจโฉ จนต้องกระเจิงกับตงหงวนเรียบร้อย จิวยี่แม่ทัพใหญ่ของซุนกวน นำทัพเพื่อไปเอาเมืองเก็งจิ๋วคืนจากโจโฉ ปรากฏว่าประตูเมืองปิดใส่หน้าและบนกำแพง คือ ขงเบ้งและธงของเล่าปี่ เรียบร้อยโรงเรียนโจร นอกจากนี้เล่าปี่ยังไปคุยกับซุนกวนเรื่อง “ขอยืมเมืองเพิ่ม” อีกต่างหากครับ ซึ่งแม้จะเจ็บช้ำระกำใจ จนจิวยี่อ้วกเป็นเลือด แต่ซุนกวนก็ยอมเพราะ ต้องการให้เก็งจิ๋วยังคงเป็นแคว้นกันชนระหว่างเหนือกับใต้ ด้วยว่าราษฏรในเก็วจิ๋วนั้นภักดีและติดตามตระกูลเล่า โดยเฉพาะไอดอลของยุคอย่างเล่าปี่ ศัตรูจากทางเหนือหมายจะชิงเอาพื้นที่นี้เพื่อรุกรานเราต่อไป อย่างกระนั้นเลย ให้เล่าปี่กันเรากับโจโฉไว้ดีกว่า ซุนกวนจึงให้เล่าปี่ยืมเมืองและสัญญาว่าเมื่อยึดเสฉวนได้จะคืนให้และช่วยกันปราบโจโฉเพื่อรวมแผ่นดินต่อไป
PANTIP.COM : K10611226 สงสัยเรื่องเซ็กเพ็กครับ [ประวัติศาสตร์]
เครดิต https://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2011/05/K10611226/K10611226-0.png

การสร้างตัวตนและการตัดสินใจต่างๆ ของเล่าปี่ ล้วนเป็นการ Branding ตัวเองครับ เขาสามารถปกครองเก็งจิ๋วอย่างสงบเรียบร้อยและมีเวลามากพอที่จะขึ้นไปตีเมืองฮั่นตงและรวบรวมแคว้นเสฉวนทั้งหมดได้
แต่ท้ายที่สุด เล่าปี่ ทรยศแบรนด์ตัวเองครับ นั่นคือ การไม่ยอมคืนเก็งจิ๋วให้ซุนกวน หลังจากสัญญาว่าจะคืนให้หลังจากได้เสฉวนแล้ว เขาสั่งให้กวนอูนำทัพขึ้นเหนือโจมตีโจโฉและชนะต่อเนื่อง จนเป็นโจโฉหวาดกลัวว่าจะตายเพราะง้าวของกวนอู ดังนั้นจึงเกิดดีลระหว่างศัตรูของศัตรูครับ ซุนกวนเข้าตีกวนอูจากทางใต้ โจโฉเข้าตีจากทางเหนือ และในที่สุดซุนกวนยึดเก็งจิ๋ว และฆ่ากวนอูตาย นั่นคือ “หายนะ” เนื่องจากเล่าปี่ไม่ยอมทำตามสัญญา พี่น้องร่วมสาบานตาย เสียพื้นที่ยุทธศาสตร์และสร้างศัตรูสองทาง  
พอน้องตาย เล่าปี่สติขาดผึง นำกองทัพทั้งหมดที่มีลงมาตามช่องเขาเพื่อยึดเก็งจิ๋วและปราบแคว้นกังตังเพราะล่มดีล และฆ่าน้องของตน กองทัพมหาศาลของเล่าปี่ตั้งค่ายเลียบแม่น้ำยาวเจ็ดร้อยลี้ จุดนี้หายนะอีกครั้งครับ คล้ายกับที่โจโฉลงใต้ ฝ่ายซุนกวนเผาค่ายยาวเจ็ดร้อยลี้จนทัพจ๊กก๊กของเล่าปี่หนีตายกลับแทบไม่ทัน ในตอนนี้ “เตียวหุย” ตายตามพี่อีกคน หลังจากนั้นไม่นานเล่าปี่ก็ตาย เมื่อเล่าปี่ตายลูกชายเขาก็ทำให้แคว้นล่มสลาย จบสิ้นแบรนด์แห่งความหวังของราชวงศ์ฮั่น
แบรนด์ บริษัท กับอาณาจักร มีความคล้ายคลึงกัน คือ มันเชื่อมโยงความรู้สึกของผู้คน เป็นกระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน ในกรณีของเล่าปี่ ก้าวเดินของแบรนด์คือ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น โดยหัวใจของแบรนด์คือคุณธรรม Attitude ของแบรนด์ คือ ความน่าสงสาร ความอาภัพ ทำให้คนติดตามนับแสนจนเขาสร้างอาณาจักรใหญ่ของตัวเองได้ แต่เมื่อไม่ดำเนินการตามแบรนด์ครับ ผู้คนที่ศรัทธาในแบรนด์ก็ลดลงและสร้างความชอบธรรมให้แบรนด์อื่นๆ เข้ามาช่วงชิงตลาดไป อย่างเช่นซุนกวนกลับมายึดเอาเก็งจิ๋วคืน


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระบบความเชื่อ “ศิลป์ พีระศรี” : ศาสนา อัตลักษณ์ และการดำรงอยู่ทางสัญลักษณ์

Praxis/Practice ว่าด้วย “ปฏิบัติการ”

Dark Anthropology