บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2020

ระบบความเชื่อ “ศิลป์ พีระศรี” : ศาสนา อัตลักษณ์ และการดำรงอยู่ทางสัญลักษณ์

รูปภาพ
        ศิลป์ พีระศรี  หรือ  Corrado Feroci   ศิลปินชาวฟลอเรนซ์เข้ามาทำงานศิลปะในราชสำนักในยุครัชกาลที่ 6 และยังได้วางรากฐานทางศิลปะตลอดจนบุกเบิกการเรียนการสอนในศิลปะสมัยใหม่สำหรับประเทศไทย  ศิลป์ พีระศรี มิได้เพียงวางรากฐานของงานช่างศิลป์เท่านั้น หากแต่คำสอนรวมถึงความรู้สึกผูกพันของบรรดาสานุศิษย์กลับได้รับการถ่ายทอดและส่งต่อกันไปรุ่นสู่รุ่น  ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้ลูกศิษย์ที่ทันเรียนกับอาจารย์ศิลป์แล้วจบไปเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะสมัยใหม่ และได้ นำเอาความเคารพในคำสอนและตัวบุคคลนี้มอบให้แก่นักเรียนศิลปะที่จะจบไปเพื่อเข้าสู่เครือวงวารแห่งศิลปะ  ศิลปิน           ด้วยนักเรียนศิลปะที่มีอิทธิพลต่อวงการนี้ ล้วนเกิดจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะจุดแรกเริ่ม การผลิตและถ่ายทอดอุดมการณ์หรือค่านิยมต่างๆ  แล้วส่งต่อเป็นแบบแผนของความเชื่อทางวัฒนธรรมของแวดวง/สังคม/องค์กร  ในข้อเขียนนี้จึงจะกล่าวถึงรูปแบบ  "ความเชื่อ" ศิลป์  พีระศรีในเชิงพิธีกรรมในฐานะที่พิธีกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการธำรง...

ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว : กลยุทธ์สร้างแบรนด์ของอาณาจักรเพื่อผู้ติดตามเรือนแสน

รูปภาพ
ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว                 หลายคนคงพอทราบว่า โควิด 19 ที่ระบาดอยู่ทุกวันนี้มีที่มาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งชวนให้เรานึกถึงสมรภูมิอันยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊ก อู่ฮั่น คือ เมืองเก็งจิ๋วโบราณ ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญมาก เพราะการยึดครองเมืองนี้ทำให้มีโอกาสควบคุมเส้นทางทัพและรวมแผ่นดินจีนที่แตกแยกเป็นเสี่ยงได้อย่างดี ซึ่งหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในของยุคนี้ คือ “ยุทธนาวีผาแดง” ที่กองทัพจากภาคกลางของโจโฉเคลื่อนพลนับล้านลงใต้ และเข้าครอบครองเก็งจิ๋วไว้เตรียมยึดลุ่มน้ำแยงซีของซุนกวนทั้งหมด จึงเกิดการรบที่ผาแดงซึ่งชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมของผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค การรบครั้งนั้นทำให้เกิดยุคสามก๊กอย่างแท้จริง ซึ่งมีเรื่องน่าสนใจตอนหนึ่งที่เล่าปี่ทำเอาขงเบ้งต้องตบเข่าฉาด ด้วยความเสียดาย กำแพงเมืองเก็งจิ๋ว เครดิต https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn%3AANd9GcQSKPz4Ak3KurUumrYnUaFtEab9q5Ph9M_yUklBJuBEQg69aZe6&usqp=CAU         ว่ากันด้วย ยุทธศาสตร์เก็งจิ๋ว หรือ อู่ฮั่นในปัจจุบัน เก็...

มุมมองการสูญพันธุ์ระลอกที่ 3 กับการมาถึงของก็อดซิลล่า เทพเจ้าผู้มาก่อนกาล

รูปภาพ
การหวนไปเอาคอนเส็ปวิธีคิดนับเนื่องจากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็อดซิลล่าเป็นไอเดียหนังสัตว์ประหลาดแยกมาจากอุลตร้าแมนก็จริง แต่เรื่องเล่ากลับทำให้เห็นว่า "ระเบิดอะตอม" หรือกัมมันตภาพรังสีที่มนุษย์สร้างขึ้นนี่แหละเป็นตัวการปลุกชีพอสูรตัวนี้ให้บุกขึ้นเกาะญี่ปุ่น ...ถอดเรื่องเล่าในก็อดซิลล่าแล้วจะไม่แปลกใจเมื่อทั้งโลกเห็นอำนาจการทำลายล้างของปรมาณู และทั้งโลกก็ยังหวั่นใจกับขั้วอำนาจในสงครามเย็นที่ดำเนินในขณะนั้นที่แข่งกันสะสมนิวเคลียร์กันเป็นว่าเล่น ก็อดซิลล่าในยุคนั้นคือความวิปริตที่คนยุคนั้นเชื่อว่าเป็นเพราะฝีมือมนุษย์เองนี่แหละที่จะพาลทำให้เราสูญพันธุ์ อาจเป็นครั้งแรกที่เราโฮโมเซเปียนส์ เซเปียนส์หวาดกลัวการสูญพันธุ์ร่วมกันทั้งสายพันธุ์หลังจากปฏิวัติอุตสาหกรรมมา ซึ่งไอ้การกลัวตายของมนุษย์นี่แหละเลยอดคิดต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้ ....ความวิปริตของก็อดซิลล่าคลี่คลายเป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้นจากเนื้อหาในปลายยุคโชวะ เนื่องจากต้องเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับตลาดของหนังที่เจาะไปทางกลุ่มเด็ก ๆ แทน ฉะนั้นก็อดซิลล่าวิปริตแค่ตอนแรก ๆ ของเรื่อง ก่อนจะปรับลักษณะนิสัยใหม่ มีความอบอุ่นและใจดีขึ้น ...

ย้อนดูแบบแผนการฆ่าตัวตายผ่าน Suicide ของเดอร์ไคม์

รูปภาพ
หลายวันมานี้ คอมเม้นท์ในโลกออนไลน์ต่อกรณีผู้ฆ่าตัวตายจากภาวะเศรษฐกิจและสังคมมันเป็นทั้งเชิงบวกและเชิงลบบ้างก็ถูกนำไปเทียบกับสัตว์ว่าขนาดอดอยาก "หมายังไม่ฆ่าตัวตายเลย"  การฆ่าตัวตายน่าจะเป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากจากสัตว์ ผมเคยคิดว่าหากมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีสัญชาตญาณเอาตัวรอด การฆ่าตัวตายย่อมไม่ได้เป็นไปตามสัญชาตญาณแน่ๆ แล้วมันคืออะไร? คำตอบที่พอจะคิดได้ในวัยเด็กมักเกี่ยวข้องกับความเครียด จิตใจ จิตวิทยา ในวันแรกที่ผมเข้าเรียนที่คณะโบราณคดี อ.พี่เกด พูดถึงงานเขียนงานสุดคลาสิค Suicide : A Study in Sociology (1897) เขียนโดย Emile Durkheim (1858-1917) บิดาสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่เสนอแนวคิดว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องของบรรทัดฐาน กฎระเบียบ และความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มหรือสังคมต่างหาก ท้าทายสิ้นดี ใครกันอาจหาญคิดอย่างนี้ บอกตามตรงว่าผมในวัย 18 ปีตื่นเต้น           Suicide แบ่งการฆ่าตัวตายแบบกว้างๆ เป็น 4 แบบ โดยอ้างอิงจากสถิติอัตราการฆ่าตายตายของฝรั่งเศสประกอบบริบทสังคมวัฒนธรรมในสมัยนั้น เช่น พบว่าการฆ่าตัวตายในชาย...