บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2023

Renaissance คือ อะไร

รูปภาพ
Renaissance หรือการเกิดใหม่ คือ การเกิดใหม่ของอะไรกันแน่? บทความนี้ชวนหาคำตอบผ่านฝีแปรงของศิลปินชื่อก้อง "ราฟาเอลโล" ในภาพ School of Athens  ในสมัย Renaissance (ศตวรรษที่ 14 -16) หรือการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เขาฟื้นฟูอะไรกัน? เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในเเง่ช่วงเวลา ศตวรรษที่ 14 -16 ประวัติศาสตร์เล่าเพียงว่าขณะนั้นยุโรปกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง หลังจากคริสตจักรครองอำนาจในยุคกลางยาวนานกว่าพันปี สงครามครูเสดสงบลง และการค้าขายในทวีปรุ่งเรืองขึ้นมีความมั่งคั่งขึ้น  เมื่อมองไปที่วิธีคิดของคนเมื่อการลงทุนเเล้วมั่งคั่งแสดงว่าคนเริ่ม "ครุ่นคิด" กับปัจจุบัน ความเป็นปัจเจกบุคคล และความเป็นมนุษยนิยม เริ่มก่อกำเนิดขึ้นอีกครั้งหลังจากยุคกรีก-โรมัน หรือยุค "คลาสสิก" บางตำราอาจกล่าวอย่างอาจหาญว่า เกิดนักคิด นักประดิษฐ์ ศิลปินที่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ท้าทายอำนาจความงมงายของคริสตศาสตร์ที่ครอบครองคำอธิบายโลกไว้เพียงแต่ผู้เดียว หลากหลายตำราที่เล่าเรื่อง เรอเนสซองค์ (Renaissance) ก็พูดถึงเค้าโครงเดียวกันว่านี่คือยุคสว่างไสวรุ่งเรืองและกำลังนำโลกไปสู่ยุคสว่างทางปัญญา (Age of ...

Praxis/Practice ว่าด้วย “ปฏิบัติการ”

รูปภาพ
  โดยรากฐานของวิธีคิดเรื่อง “ปฏิบัติการ” เกิดขึ้นมายาวนานจากการตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่าหากมนุษย์เป็นศูนย์กลางของการรับรู้โลก ดังนั้น “ความแท้จริง” หรือ “สารัตถะ” ของสรรพสิ่งที่มนุษย์รับรู้นั้นคืออะไร และจะศึกษาหรืออธิบายอย่างไร  ย่อมนำนักคิดนักปรัชญาในยุคคลาสสิกไปหาวิธีเข้าถึงความรู้ในเรื่องนี้ 2 แนวทาง คือ แนวทางของ “เพลโต” ในเชิงเหตุผล ความคิด หรือการถกเถียง (Dialectica/dialektikḗ) จากสองแง่มุมที่ต่างกันเพื่อเข้าใกล้ความ “จริงแท้” ที่สมบูรณ์  อีกหนึ่งคือแนวทางของ “อริสโตเติล”ในทางว่าการรับรู้เรื่องราวของโลกและสรรพสิ่งของมนุษย์ มาจากการสั่งสมความรู้หรือทฤษฎี มาจากการ “ปฏิบัติ” ของมนุษย์ เพราะมนุษย์ปฏิบัติจึงเกิดองค์ความรู้และความรู้นำไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสม หรือที่เรียกกันว่า “ศาสตร์แห่งการปฏิบัติ” หรือในอีกชื่อหนึ่ง “จริยศาสตร์” (Ethics) ทั้ง 2 ทางนี้ล้วนเป็นรากฐานแห่งปรัชญาตะวันตกทั้งมวล เพลโต และ อริสโตเติล จากกลางภาพเขียนยุคเรเนสซองค์ Scuola di Atene หรือ School of Athens.(1509–1511) วาดโดย Raffaello Sanzio da Urbino แสดงให้เห็นสองวิวาทะที่กลายเป็นแกนกลางของการศึกษาต...

ขึ้นค่าแรง ไม่ทำใครตาย

รูปภาพ
ตลอดประวัติศาสตร์มีแค่รัฐบาลเดียวคือ รบ. ยิ่งลักษณ์ ที่ปฏิรูปค่าแรงได้  ที่คนจำกันได้ คือ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน มันไม่ใช่แค่ขึ้นค่าแรง แต่มันคือการ "กระชาก" ค่าแรง จาก 200 ขึ้นเป็น 300 บาท หรือรวดเดียว 30-40% และยังเป็นการพลิกวิธีขึ้นค่าแรง จากมาตรฐานเดิมกำหนดตาม คกก. ค่าแรง ตามมีตามเกิดจังหวัดไหนงานน้อยก็จ้างถูก แต่ปี 2556 คือ การปรับค่าแรงแบบ "ถ้วนหน้า" มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ (แม้จะมีร้องเรียนว่าบางแห่งไม่ทำตาม แค่ก็มีตัวบทยืนยันว่าผิดควรทำตาม ที่เหลือซิกเเซกเอา เรื่องของมึง)  Rapeepat Ingkasit เขียนใน The Matter ว่า ขึ้นค่าแรงไม่ทำให้ใครตาย  " ช่วงเวลาที่รัฐบาลไทยเตรียมเดินหน้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ มีเหล่านักวิชาการจำนวนไม่น้อยตบเท้าต่อต้านนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งขัน บ้างก็ว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยล่มสลาย บ้างก็ขู่ว่าจะทำให้แรงงานมหาศาลตกงาน บ้างก็บอกว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงแบบกู่ไม่กลับ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าคำทำนายเหล่านั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ค่าแรงเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน" น่าแปลกใจที่เ...

Dark Anthropology

รูปภาพ
เมื่อเราต้องหันมาศึกษาผู้กดขี่ Sherry B. Ortner (2016) ได้เสนอคำว่า Dark anthropology จากการเคลื่อนกระบวนศึกษาตั้งแต่ยุค 1980 ซึ่งทางทฤษฎีและงานชาติพันธุ์วรรณาเคลื่อนตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจตามระเบียบของ “เสรีนิยมใหม่” ในบริบทของสังคมอเมริกัน ซึ่งผมมองว่ามันสามารถอธิบายปรากฏการณ์ของระเบียบโลกเสรีนิยมใหม่ของทั่วโลกได้อย่างกว้างขวาง  การเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางส่งผลต่อปฏิบัติการต่อต้านอำนาจการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการต่อต้านจากผู้ด้อยอำนาจ เข่น ชนพื้นเมือง แรงงาน สตรี เป็นต้น  ในขณะเดียวกันมีสิ่งหนึ่งที่ท้าทายการศึกษาสังคมในบริบทเสรีนิยมใหม่เป็นอย่างมาก คือ การมองไปยังด้านมืดของสังคม กลุ่มผู้ก่อการร้าย กลุ่มผู้นิยมรัฐอิสลาม กลุ่มนีโอนาซี ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวพันธ์โดยตรงกับการกดขี่ชนชายขอบที่นักมานุษยวิทยามักจะไม่ยืนข้างคนเหล่านี้  แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการมีอยู่ของคนเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอันถาโถมของเสรีนิยมใหม่ และเราควรทำความเข้าใจมัน แม้จะยากเย็น อันตราย และเต็มไปด้วยข้อต่อรองทางการเมืองผู้อยู่รอดจากภัยอันตรายของผู้เข้าไปศึกษาวิจัยเองด้วย...

ในซีเกมส์ กุน ขแมร์ ก็คือ มวยไทย?

รูปภาพ
  “ซีเกมส์มหกรรมที่บรรจุกีฬาอะไรแข่งขันก็ได้” มันคือเวทีวัดพลังของชาติต่างๆ ในอาเซียน และทุกชาติมักใช้ "มวย" ของตัวเอง เราอาจลืมไปว่า ซีเกมส์ มีการแบ่งกีฬา 3 ประเภท คือ 1.กีฬา/กรีฑาบังคับ 2.กีฬาสากลตามโอลิมปิก และที่มันสนุกที่สัส สมกับเป็นชาวเซาท์อีสต์ คือ 3.กีฬาพื้นบ้าน ที่เจ้าภาพมีอำนาจจัดหาบรรจุ ใช่ครับ จุดเริ่มต้นเอา "มวย" หรือ "ศิลปะการต่อสู้" ที่ทุกท้องถิ่นมีเข้าระบบกีฬามันเริ่มอย่างนี้แหละ  โน๊ตตรงนี่ก่อนว่า Boxing หรือ "มวยสากล" นี่เป็นกีฬาสากลตามข้อ 2 อยู่แล้ว   "ซีเกมส์" สนุกขึ้นเรื่อยๆ ความนิยมกีฬามากขึ้นการแข่งขันด้วยศักดิ์ศรีของชาติยิ่งสนุก  แต่ "ไฮไลต์" ที่ต้องลุ้น คือ ช่วงที่เจ้าภาพจะจัดกีฬาประเภท 3 อะไรมาแข่งขันกันบ้าง เพราะกีฬาพื้นบ้านของเจ้าภาพก็มีแนวโน้มว่าเจ้าภาพนั่นแหละจะครองเหรียญทองในกีฬานั้น มันจึงมีการต่อรอง การขอร้อง หรือบีบบังคับต่าง ๆ นานา ในการเพิ่ม/ลดจำนวนเหรียญในกีฬาพื้นบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามวัดพลังของแต่ละชาติในซีเกมส์ ไม่ต้องจินตนาการให้แอดวานซ์ครับ กีฬาพื้นบ้านที่ถูกจัดลงอย่างแรกเลยคือ ...